ข้ามไปยังเนื้อหา

Dropship คืออะไร ขายของไม่ต้องสต๊อกได้จริงไหม อธิบายขั้นตอน ตัวอย่างคิดกำไรเป็นบาท ตารางเทียบกับการสต๊อกเอง พรีออเดอร์ และขายต่อ ความเสี่ยงเรื่องสต๊อก คุณภาพ การคืนสินค้า กติกาแพลตฟอร์ม และวิธีเลือกซัพพลายเออร์

Dropship คือการขายของโดยร้านไม่ต้องซื้อมาเก็บเอง เมื่อลูกค้าสั่ง ร้านส่งออเดอร์ต่อให้ซัพพลายเออร์ แล้วซัพพลายเออร์แพ็กและส่งของถึงลูกค้าโดยตรง ร้านได้กำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาที่ขายกับราคาที่จ่ายซัพพลายเออร์ ฟังดูง่าย แต่เรื่องสต๊อก คุณภาพ การคืนสินค้า และกติกาของแพลตฟอร์มเป็นความเสี่ยงที่ร้านต้องรับเอง บทความนี้เล่าทั้งข้อดีและข้อเสียตรงๆ

สรุปก่อนอ่าน

  • Dropship = ร้านรับออเดอร์และเงิน ซัพพลายเออร์ส่งของถึงลูกค้า ร้านไม่ต้องเก็บสต๊อก
  • ใช้ทุนเริ่มต้นต่ำ แต่กำไรต่อชิ้นมักบาง และร้านคุมคุณภาพกับเวลาส่งได้น้อย
  • ลูกค้าโทษร้าน ไม่ใช่ซัพพลายเออร์ ถ้าของช้า ของหมด หรือของไม่ตรงปก
  • แต่ละแพลตฟอร์มมีกติกาเวลาส่งและบทลงโทษ ต้องเช็กฉบับล่าสุดก่อนขาย

Dropship คืออะไร

Dropship (ดรอปชิป) คือรูปแบบการขายที่ร้านไม่ถือสต๊อก ร้านเป็นฝ่ายหาลูกค้า ตั้งราคา และรับเงิน ส่วนซัพพลายเออร์เป็นฝ่ายมีของ แพ็ก และส่งตรงถึงลูกค้า ในหน้าตาของลูกค้า สินค้ามาจากร้าน ลูกค้าจึงติดต่อร้านเมื่อมีปัญหา

คนไทยค้นหาคำนี้เพราะอยากเริ่มขายโดยไม่ต้องลงทุนซื้อของก่อน ซึ่งเป็นข้อดีจริง แต่ ไม่ต้องสต๊อก ไม่ได้แปลว่า ไม่มีความเสี่ยง ความเสี่ยงแค่ย้ายจากเงินจมในสต๊อก ไปเป็นเรื่องที่ร้านคุมไม่ได้เต็มที่

Dropship เป็นหนึ่งในรูปแบบการขายของออนไลน์ ดูภาพรวมของการตลาดออนไลน์ทั้งหมดที่ Digital Marketing คืออะไร

Dropship ทำงานยังไง ทีละขั้น

ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้ รายละเอียดอาจต่างกันตามซัพพลายเออร์และแพลตฟอร์ม

  1. เลือกสินค้าและซัพพลายเออร์

    ตกลงราคาส่ง เงื่อนไขการสั่ง เวลาแพ็กและส่ง และนโยบายคืนสินค้ากับซัพพลายเออร์ก่อนลงขาย

  2. ลงสินค้าขายในช่องทางของร้าน

    ใช้รูปที่ซัพพลายเออร์อนุญาต หรือถ่ายเอง ตั้งราคาขายให้เหลือกำไรหลังหักค่าธรรมเนียม

  3. ลูกค้าสั่งและจ่ายเงินกับร้าน

    เงินเข้าร้านก่อน ร้านจึงมีรายได้ที่ต้องจ่ายต่อให้ซัพพลายเออร์

  4. ร้านส่งออเดอร์ให้ซัพพลายเออร์และจ่ายราคาส่ง

    ส่งชื่อ ที่อยู่ลูกค้า และรายการสินค้า ตรวจว่าของยังมีก่อนยืนยัน

  5. ซัพพลายเออร์ส่งของ ร้านตามเลขพัสดุ

    นำเลขพัสดุมาอัปเดตในระบบร้านและบอกลูกค้า แล้วคอยดูจนของถึง

  6. ดูแลหลังการขาย

    ถ้าของเสียหรือลูกค้าขอคืน ร้านต้องประสานซัพพลายเออร์และตอบลูกค้าเอง

ขั้นที่ 4 กับ 5 คือจุดที่ร้านใหม่พลาดบ่อย ร้านต้องมีวิธีเช็กว่าของยังมีก่อนรับออเดอร์ และต้องตามเลขพัสดุให้ทัน เพราะแพลตฟอร์มนับเวลาจากร้าน ไม่ได้นับจากซัพพลายเออร์

ตัวอย่างคิดกำไร (ร้านสมมติ)

ตัวเลขด้านล่าง เป็นตัวอย่างสมมติ ให้ดูวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่กำไรที่ควรคาดหวัง ค่าธรรมเนียมจริงขึ้นกับแพลตฟอร์มและช่วงเวลา ให้ดูตัวเลขล่าสุดของแต่ละที่

ตัวอย่างตัวอย่างสมมติ

ร้านสมมติขายที่วางโทรศัพท์ในราคา 450 บาท ซื้อจากซัพพลายเออร์ 300 บาท สมมติค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวมประมาณ 8% ของราคาขาย คือ 36 บาท กำไรต่อชิ้น = 450 − 300 − 36 = 114 บาท

114 บาทดูพอใช้ แต่ลองดูว่าถ้ามีเหตุการณ์ที่ร้านต้องรับเอง กำไรหายไปเท่าไร

เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น (ตัวเลขสมมติ)

เหตุการณ์

ผลกับกำไรต่อชิ้น

ขายได้ปกติ

กำไร 114 บาท

ลูกค้าขอคืนเงิน ซัพพลายเออร์ไม่รับคืน

ขาดทุน 336 บาท รวมค่าธรรมเนียมที่อาจไม่ได้คืน

ซัพพลายเออร์ขึ้นราคาส่งเป็น 340 บาท

กำไรเหลือ 74 บาท

ร้านลดราคาสู้คู่แข่งเหลือ 400 บาท

กำไรเหลือ ประมาณ 68 บาท

เส้นทางที่ร้านเสียเงินจริงมักเป็นกรณีสินค้าตีกลับ ถ้าร้านไม่ได้ตกลงเรื่องการรับคืนไว้กับซัพพลายเออร์ตั้งแต่แรก ร้านอาจต้องรับต้นทุนเอง จึงควรตกลงก่อนขายชิ้นแรก ดูวิธีคิดค่าธรรมเนียมและราคาขายอย่างละเอียดที่ สูตรคิดราคาและค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลส

Dropship ต่างจากสต๊อกเองและพรีออเดอร์ยังไง

Dropship เป็นหนึ่งในหลายวิธีขายของ ตารางนี้ช่วยเทียบว่าแบบไหนเหมาะกับร้านของคุณ

เทียบวิธีขายของ 3 แบบ

หัวข้อ

Dropship

สต๊อกเอง

พรีออเดอร์

ทุนเริ่มต้น

ต่ำ

สูงสุด

ต่ำถึงกลาง

ใครเก็บของ

ซัพพลายเออร์

ร้าน

ผลิตหลังรับสั่ง

คุมคุณภาพได้

น้อย

มาก

ปานกลาง

กำไรต่อชิ้น

มักบาง

ดีกว่าถ้าซื้อจำนวนมาก

แล้วแต่สินค้า

ความเสี่ยงหลัก

ของหมด ส่งช้า คืนสินค้า

ของค้างสต๊อก

ลูกค้ารอนาน

ถ้ายังหาไม่ได้ว่าจะขายอะไร ให้ดู ขายอะไรดี ไอเดียสินค้าลงทุนน้อยสำหรับแม่ค้ามือใหม่ ซึ่งเทียบการขายแบบไม่ต้องสต๊อกกับแบบอื่น และถ้าสนใจโมเดลซื้อมาขายต่อ มีภาพรวมที่ คู่มือเริ่มต้นสำหรับตัวแทนขายต่อ

ความเสี่ยงของ Dropship ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

นี่คือส่วนที่บทความโฆษณามักข้าม แต่ผู้ที่เคยลองมักเล่าให้ฟังตรงกัน ตารางสรุปความเสี่ยงหลัก และสิ่งที่ร้านทำได้เพื่อลดผลกระทบ

ความเสี่ยงของ Dropship และวิธีลดผลกระทบ

ความเสี่ยง

เกิดอะไรขึ้น

ลดผลกระทบได้ยังไง

ของหมดโดยไม่รู้ตัว

ร้านรับออเดอร์ไปแล้วซัพพลายเออร์ไม่มีของ

ถามยืนยันสต๊อกก่อนยืนยันออเดอร์ หรือขอระบบสต๊อกจากซัพพลายเออร์

คุณภาพไม่ตรงปก

ร้านไม่เคยจับของจริง ลูกค้าได้ของต่างจากรูป

สั่งตัวอย่างมาลองก่อน ถ่ายรูปและเขียนรายละเอียดจากของจริง

ส่งช้า

ลูกค้ารอนาน ร้านโดนรีวิวแย่

ถามเวลาแพ็กและส่งจริง ใส่เวลาจัดส่งที่ซื่อตรงหน้าสินค้า

การคืนสินค้า

ซัพพลายเออร์ไม่รับคืน ร้านรับต้นทุนเอง

ตกลงนโยบายรับคืนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนขาย

แข่งราคา

สินค้าเดียวกันขายกันหลายร้าน ราคาถูกลงเรื่อยๆ

สร้างจุดต่าง เช่น บริการ รีวิว แพ็กเกจ หรือชุดสินค้า

ซัพพลายเออร์เลิกขาย

สินค้าหายจากร้านทันที

มีซัพพลายเออร์สำรอง และไม่พึ่งสินค้าตัวเดียว

ระวังข้อเตือนเรื่องผลลัพธ์

ไม่มีใครรับประกันว่าขาย dropship แล้วได้กำไรหรือมีรายได้เท่าไร กำไรต่อชิ้นมักบางและขึ้นกับการแข่งขัน อย่าลงเงินโฆษณาก้อนใหญ่ก่อนทดลองขายจริงว่ากำไรเหลือหลังหักทุกอย่าง

กติกาแพลตฟอร์มที่ต้องเช็ก

ร้านที่ขายผ่านมาร์เก็ตเพลสต้องทำตามกติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม เรื่องที่กระทบ dropship โดยตรงคือเวลาส่งของ ตัวอย่างจากศูนย์ผู้ขายของ TikTok Shop ประเทศไทย ตรวจสอบล่าสุด ต.ค. 2569 สำหรับการจัดส่งแบบ Ship by Seller ผู้ขายต้องอัปเดตสถานะเป็น จัดส่งแล้ว ภายใน 2 วันทำการหลังผู้ซื้อชำระเงิน

แนวทางเดียวกันระบุว่า ถ้าไม่จัดส่งภายใน 15 วัน คำสั่งซื้อจะถูกนับว่าล่าช้าและมีการหักคะแนนความประพฤติ 2 คะแนน และถ้าไม่จัดส่งภายใน 30 วัน คำสั่งซื้อจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ ข้อมูลนี้มาจากหน้าแนวทางการจัดส่งสินค้าของ TikTok Shop แต่หน้าดังกล่าวไม่ได้พูดถึง dropship โดยเฉพาะ

หมายเหตุเช็กกติกาฉบับล่าสุดเสมอ

กติกาของ Shopee และ Lazada เรื่องเวลาส่ง คะแนนความประพฤติ และสินค้าห้ามขาย ก็มีและเปลี่ยนได้ ให้อ่านจากศูนย์ผู้ขายของแต่ละแพลตฟอร์มโดยตรงก่อนเริ่มขาย บทความนี้ไม่คัดลอกตัวเลขของแพลตฟอร์มที่เรายังตรวจสอบจากเอกสารต้นทางไม่ได้

จุดสำคัญคือ แพลตฟอร์มนับเวลาจากร้านที่ลงขาย ไม่ว่าของจะอยู่ที่ใคร ถ้าซัพพลายเออร์ส่งช้า คะแนนของร้านเสีย ไม่ใช่ของซัพพลายเออร์ จึงควรเลือกซัพพลายเออร์ที่ส่งไวและตอบเร็ว ข้อควรระวังอื่นๆ เช่น สินค้าที่ห้ามจำหน่ายและการใช้รูปที่ไม่ได้รับอนุญาต ก็อยู่ในกติกาของแพลตฟอร์มด้วย

เลือกซัพพลายเออร์ยังไง

ซัพพลายเออร์คือคนที่ตัดสินคุณภาพของร้านคุณมากที่สุด ใช้เช็กลิสต์นี้ก่อนตกลง

เช็กลิสต์ก่อนตกลงกับซัพพลายเออร์

ทำแล้ว 0/8

ลองขายแบบเล็กๆ ก่อน 5 ขั้น

  1. เลือกสินค้า 1 ถึง 3 ชิ้น

    เริ่มจากของที่ซัพพลายเออร์มีของแน่นอน และคุณลองใช้เองแล้ว

  2. สั่งตัวอย่างและตรวจเอง

    ดูคุณภาพ ความเร็วส่ง และบรรจุภัณฑ์ที่ลูกค้าจะได้รับ

  3. คิดกำไรหลังหักทุกอย่าง

    ราคาส่ง ค่าธรรมเนียม ค่าส่ง ค่าโฆษณา แล้วเผื่อกรณีคืนสินค้า

  4. ขายให้คนใกล้ตัวหรือลงขายเล็กๆ

    ดูว่าลูกค้าถามอะไร และเวลาส่งจริงเป็นเท่าไร

  5. ตัดสินใจจากตัวเลขจริง

    ถ้ากำไรเหลือและส่งทัน ค่อยขยาย ถ้าไม่ ปรับหรือเปลี่ยนซัพพลายเออร์

ถ้าต้องการให้ร้านใหม่ดูน่าเชื่อถือขึ้นบ้างตอนเริ่ม บริการเพิ่มผู้ติดตามของ Instafollow เป็นตัวเลือกหนึ่ง ไม่รับประกันยอดขาย การเข้าถึง หรือกำไร และไม่ทดแทนสินค้าที่ดีกับการส่งที่ตรงเวลา ดู บริการเพิ่มผู้ติดตาม TikTok หรือ ทดลองใช้ฟรี ซึ่งใช้ได้เฉพาะบริการที่เปิดให้ทดลอง

บทความขายอะไรดี ไอเดียสินค้าลงทุนน้อย สำหรับแม่ค้ามือใหม่ขายอะไรดีสำหรับมือใหม่ที่มีทุนน้อย ไอเดียสินค้าทั้งตลาดนัด หน้าบ้าน และออนไลน์ พร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละกลุ่ม เกณฑ์เลือกสินค้า วิธีทดสอบว่ามีคนซื้อก่อนลงทุน และเลือกช่องทางขายระหว่างโซเชียลกับมาร์เก็ตเพลส

ถ้าคิดราคาและค่าธรรมเนียมก่อนขาย

บทความตั้งราคาขายให้เหลือกำไร: สูตรหักค่าธรรมเนียมและต้นทุนต่อชิ้น (ตารางกรอกเอง)สูตรคำนวณราคาขั้นต่ำที่ไม่ขาดทุนและราคาที่เหลือกำไรตามเป้า หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าส่ง ส่วนลด พร้อมตัวอย่างสมมติ 2 สินค้า และวิธีเช็กก่อนเข้าแคมเปญลดราคา

และดูบริการสำหรับบัญชี TikTok ของร้าน

บริการปั้มวิว ปั้มผู้ติดตาม ปั้มใจ TikTokปั้มวิว ปั้มผู้ติดตาม ปั้มใจ (ไลค์) TikTok ใช้แค่ลิงก์คลิปหรือชื่อผู้ใช้ ไม่ต้องให้รหัสผ่าน ดูราคาต่อ 1,000 หน่วย มีทั้งบริการคนไทยและต่างชาติ

คำถามเรื่อง Dropship

Dropship คืออะไร

คือการขายของที่ร้านไม่ต้องเก็บสต๊อก ลูกค้าสั่งกับร้าน ร้านส่งออเดอร์ต่อให้ซัพพลายเออร์ แล้วซัพพลายเออร์ส่งของถึงลูกค้าโดยตรง

Dropship ต้องใช้ทุนเท่าไร

ทุนเริ่มต้นมักต่ำกว่าการสต๊อกเอง เพราะไม่ต้องซื้อของมาเก็บ แต่ยังมีค่าตัวอย่างสินค้า ค่าโฆษณา และเงินหมุนเวียนจ่ายซัพพลายเออร์ ซึ่งแต่ละร้านต่างกัน

Dropship กำไรดีไหม

มักบางกว่าการสต๊อกเอง เพราะซื้อในราคาส่งทีละชิ้นและมีคนขายสินค้าเดียวกันหลายร้าน ควรคิดกำไรหลังหักค่าธรรมเนียมและเผื่อกรณีคืนสินค้า

ลูกค้าต้องรู้ไหมว่าเป็น Dropship

ในทางปฏิบัติ ลูกค้าเห็นร้านเป็นผู้ขาย ร้านต้องบอกเวลาจัดส่งที่ซื่อตรง และไม่ให้ข้อมูลสินค้าที่เกินจริง ตรวจกติกาของแพลตฟอร์มที่ใช้ขายเรื่องการแสดงข้อมูลผู้ขาย

ถ้าสินค้าเสียหรือส่งช้า ใครรับผิดชอบ

ต่อหน้าลูกค้าและแพลตฟอร์ม ร้านคือผู้ขาย จึงเป็นฝ่ายรับเรื่อง ส่วนจะเรียกคืนจากซัพพลายเออร์ได้หรือไม่ขึ้นกับสิ่งที่ตกลงกันไว้ ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนขาย

เริ่ม Dropship ยังไงดี

เลือกสินค้าไม่กี่ชิ้น สั่งตัวอย่างมาตรวจ คิดกำไรหลังหักทุกอย่าง แล้วลองขายเล็กๆ ก่อนขยาย ดูขั้นตอนในหัวข้อลองขายแบบเล็กๆ ด้านบน

สรุป

Dropship คือการขายโดยไม่ถือสต๊อก ทุนเริ่มต้นต่ำ แต่กำไรบาง และร้านรับความเสี่ยงเรื่องของหมด คุณภาพ ส่งช้า และการคืนสินค้า เลือกซัพพลายเออร์ที่ตรวจแล้ว ตกลงเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร เช็กกติกาแพลตฟอร์มฉบับล่าสุด และเริ่มจากทดลองเล็กๆ ก่อนเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

what-is-dropship

คุกกี้บนเว็บไซต์นี้

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ (เปิดไว้เสมอ) และขอใช้คุกกี้วิเคราะห์ของ Google Analytics เพื่อดูภาพรวมว่าหน้าไหนมีคนเข้าชมมาก ข้อมูลเป็นสถิติรวม เราไม่ส่งชื่อ อีเมล หรือข้อมูลบัญชีของคุณ