ข้ามไปยังเนื้อหา

สูตรคำนวณราคาขั้นต่ำที่ไม่ขาดทุนและราคาที่เหลือกำไรตามเป้า หักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าส่ง ส่วนลด พร้อมตัวอย่างสมมติ 2 สินค้า และวิธีเช็กก่อนเข้าแคมเปญลดราคา

ขายของได้ทุกวัน ยอดเข้าตลอด แต่สิ้นเดือนเงินไม่เหลือ เรื่องนี้เกิดบ่อยกว่าที่คิด เพราะราคาขายที่ตั้งไว้ไม่ได้หักค่าธรรมเนียม ค่าส่ง และส่วนลดครบ บทความนี้มีสูตรตั้งราคาขายให้เหลือกำไร ตารางกรอกเอง และตัวอย่างสมมติ 2 สินค้า ใช้คำนวณได้ก่อนกดเข้าร่วมแคมเปญลดราคา

สรุปก่อนอ่าน

  • กำไรต่อชิ้น = ราคาขาย ลบ ต้นทุนครบ 6 ก้อน ไม่ใช่แค่ลบราคาสินค้า
  • ราคาขั้นต่ำที่ไม่ขาดทุน = (ต้นทุน + ค่าคงที่) ÷ (1 − สัดส่วนค่าธรรมเนียม)
  • ก่อนลดราคา ให้คำนวณส่วนลดสูงสุดที่ยังมีกำไร อย่าเดาจากความรู้สึก

หมายเหตุตรวจล่าสุด ต.ค. 2569

บทความนี้สอนสูตร ไม่ได้ระบุอัตราค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มใด เพราะอัตราและชื่อรายการเปลี่ยนได้ ตัวเลขทุกตัวในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่อัตราจริง ประเภทค่าใช้จ่ายที่กล่าวถึงตรวจสอบล่าสุด ต.ค. 2569 ก่อนคำนวณจริง ให้เปิดหน้านโยบายค่าธรรมเนียมทางการของแพลตฟอร์มที่ขายอยู่

ต้นทุนจริงมี 6 ก้อนที่คนมักลืม

คนส่วนใหญ่ตั้งราคาจากต้นทุนสินค้าบวกกำไรที่อยากได้ แต่ก่อนเงินถึงมือ ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายก้อนที่โดนหักไปทีละนิด ตารางนี้ช่วยให้นับครบ

6 ก้อนต้นทุนต่อชิ้น

ก้อนต้นทุน

มีอะไรบ้าง

จดจากไหน

1. ต้นทุนสินค้า

ค่าซื้อหรือค่าผลิตต่อชิ้น

ใบเสร็จซื้อของ หรือสูตรการผลิต

2. บรรจุภัณฑ์และแรงงาน

กล่อง ถุง เทป สติกเกอร์ ค่าแรงแพ็ก

ใบเสร็จวัสดุ หารด้วยจำนวนออเดอร์

3. ค่าส่งที่ร้านออกเอง

ส่วนที่ร้านจ่ายแทนลูกค้า เช่น ส่งฟรี

ตารางค่าส่งของขนส่งที่ใช้

4. ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

ค่าคอมมิชชัน ค่าธุรกรรมชำระเงิน ค่าบริการต่อออเดอร์

หน้านโยบายค่าธรรมเนียมทางการ

5. ส่วนลดและคูปองที่ร้านออก

คูปองร้าน ส่วนลดแคมเปญ ของแถม

ตั้งค่าโปรโมชันในระบบร้าน

6. สินค้าคืนและของเสีย

ของแตก ของส่งผิด ของคืน

เฉลี่ยจากออเดอร์ย้อนหลัง

ก้อนที่ 6 คนลืมนับบ่อยที่สุด ถ้ายังไม่มีข้อมูล ให้ตั้งค่าไว้ก่อนจากประสบการณ์ เช่น เผื่อไว้ต่อชิ้นเล็กน้อย แล้วปรับเมื่อมีออเดอร์ย้อนหลัง 1-2 เดือน เรื่องภาษีของร้านแตกต่างกันตามรูปแบบธุรกิจ ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามกรมสรรพากรหรือนักบัญชี

สูตรราคาขั้นต่ำที่ไม่ขาดทุน

แยกค่าใช้จ่ายเป็น 2 แบบ แบบแรกเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อชิ้นหรือต่อออเดอร์ เช่น ต้นทุนสินค้า แพ็ก ค่าส่งที่ร้านออก และค่าบริการต่อออเดอร์ แบบที่สองเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย เช่น ค่าคอมมิชชันและค่าธุรกรรมชำระเงิน ทั้งสองแบบรวมกันได้ในสูตรเดียว

เคล็ดลับสูตรหลัก

ราคาขายที่ไม่ขาดทุน = (ต้นทุนต่อชิ้น + ค่าคงที่ต่อออเดอร์) ÷ (1 − สัดส่วนค่าธรรมเนียมรวม) ถ้าต้องการกำไร ให้ลบสัดส่วนกำไรที่ต้องการด้วย ตัวหารจะเป็น (1 − ค่าธรรมเนียม − กำไรที่ต้องการ)

  1. รวมต้นทุนต่อชิ้น

    บวกต้นทุนสินค้า แพ็ก ค่าส่งที่ร้านออก และค่าเผื่อของเสียให้ได้ตัวเลขเดียว

  2. รวมค่าธรรมเนียมเป็นสองกลุ่ม

    กลุ่มคงที่ต่อออเดอร์เป็นบาท กลุ่มเปอร์เซ็นต์รวมกันเป็นตัวเลขเดียว ดูจากหน้าทางการ

  3. เลือกกำไรที่ต้องการ

    ตั้งเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย เช่น 15% แล้วแทนค่าลงสูตร

  4. ปัดราคาและเช็กย้อนกลับ

    ปัดขึ้นเป็นตัวเลขที่ขายง่าย แล้วหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อดูว่ากำไรยังตรงเป้า

ตารางกรอก: ต้นทุน + ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม + ค่าส่ง + ส่วนลด

คัดลอกกรอบด้านล่างไปวางใน Notes หรือ Google Sheets แล้วกรอกทีละสินค้า ทุกช่องที่เป็นค่าธรรมเนียมให้เปิดหน้าทางการดูตัวเลขล่าสุด

คำนวณราคาขายต่อสินค้า

สินค้า: {ชื่อสินค้า} ต้นทุนต่อชิ้น (สินค้า + แพ็ก + ค่าส่งที่ร้านออก + ค่าเผื่อของเสีย): {ต้นทุนต่อชิ้น} บาท ค่าธรรมเนียมคงที่ต่อออเดอร์: {ค่าคงที่ต่อออเดอร์} บาท ค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์ รวมกันแล้ว: {ค่าธรรมเนียมรวม} % กำไรที่ต้องการ: {กำไรที่ต้องการ} % ราคาขาย = (ต้นทุน + ค่าคงที่) ÷ (1 − ค่าธรรมเนียม − กำไร)

ตัวอย่างตัวอย่างการกรอก

สินค้า: คุกกี้เนยสด 1 กล่อง / ต้นทุนต่อชิ้น: 130 บาท / ค่าคงที่ต่อออเดอร์: 2 บาท / ค่าธรรมเนียมรวม: 10% / กำไรที่ต้องการ: 20% / ราคาขาย = 132 ÷ 0.70 = ประมาณ 189 บาท (ตัวเลขสมมติ)

ตัวอย่างสมมติ 2 สินค้า

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติ ค่าธรรมเนียมรวม 10% และค่าคงที่ 2 บาทต่อออเดอร์เป็นค่าที่ตั้งขึ้นเพื่อสอน ไม่ใช่อัตราของแพลตฟอร์มใดจริง

สินค้า A คือคุกกี้ สินค้า B คือสติกเกอร์ (หน่วย: บาท)

รายการ

สินค้า A

สินค้า B

ต้นทุนต่อชิ้น

130

60

ค่าคงที่ต่อออเดอร์

2

2

ค่าธรรมเนียมรวม (สมมติ)

10%

10%

กำไรที่ต้องการ

20%

15%

ราคาที่ได้กำไรตามเป้า

ประมาณ 189

ประมาณ 83

ราคาคุ้มทุน (กำไร 0)

ประมาณ 147

ประมาณ 69

ตรวจย้อนกลับสินค้า A ที่ราคา 189 บาท ค่าธรรมเนียม 10% คือ 18.9 บาท รวมค่าคงที่ 2 บาท และต้นทุน 130 บาท กำไรเหลือประมาณ 38 บาท หรือประมาณ 20% ของราคาขายตามเป้า ส่วนสินค้า B ที่ 83 บาท กำไรประมาณ 12.7 บาท หรือประมาณ 15%

ก่อนลดราคา 11.11: จุดคุ้มทุนของโปร

ส่วนลดที่ลดจากราคาขายจริงทำให้กำไรต่อชิ้นลดลงเร็วกว่าที่คิด เพราะต้นทุนไม่ลดตาม และค่าธรรมเนียมแบบเปอร์เซ็นต์ยังคิดจากราคาที่ลดแล้ว

ระวังลดต่ำกว่าคุ้มทุน

สินค้า B ราคา 83 บาท ถ้าลด 20% จะขายที่ 66.4 บาท ต่ำกว่าราคาคุ้มทุน 69 บาท ขายทุกชิ้นคือขาดทุนประมาณ 2.2 บาทต่อชิ้น และยิ่งขายเยอะยิ่งขาดทุนมาก (ตัวเลขสมมติ)

คำนวณก่อนเข้าแคมเปญ 2 อย่าง อย่างแรก ส่วนลดสูงสุดที่ยังได้กำไรตามที่ยอมรับได้ อย่างที่สอง ต้องขายเพิ่มกี่เท่าจึงได้กำไรรวมเท่าเดิม สินค้า A ที่ราคา 189 บาท ถ้ายอมให้กำไรเหลือ 10% ลดได้ไม่เกินประมาณ 12% (ขายที่ประมาณ 165 บาท) กำไรต่อชิ้นลดจากประมาณ 38 บาทเหลือประมาณ 16.5 บาท จึงต้องขายเพิ่มประมาณ 2.3 เท่าเพื่อให้ได้กำไรรวมเท่าเดิม ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ

เช็กก่อนกดเข้าร่วมแคมเปญ

ทำแล้ว 0/6

แผนเตรียมร้านทั้งเดือนก่อนแคมเปญ อ่านต่อได้ที่ เช็กลิสต์เตรียมร้านก่อน 11.11 และ 12.12

ตรวจค่าธรรมเนียมล่าสุดที่ไหน

ห้ามใช้ตัวเลขที่ได้ยินจากกลุ่มขายของหรือคลิปเก่า อัตราเปลี่ยนตามหมวดสินค้า ประเภทร้าน และช่วงแคมเปญ ให้เปิดหน้าทางการของแพลตฟอร์มที่ขายอยู่ในวันที่คำนวณ

ค่าธรรมเนียมที่ควรหาตัวเลข

รายการ

คืออะไร

ดูที่ไหน

ค่าคอมมิชชัน

เปอร์เซ็นต์จากราคาขาย มักแตกต่างตามหมวดสินค้าและประเภทร้าน

หน้านโยบายค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม

ค่าธุรกรรมชำระเงิน

เปอร์เซ็นต์จากยอดที่ลูกค้าจ่าย บางแพลตฟอร์มแยกตามวิธีชำระเงิน

หน้าเดียวกัน หรือหน้าค่าธรรมเนียมการชำระเงิน

ค่าบริการต่อออเดอร์

จำนวนเงินคงที่ต่อออเดอร์ที่สำเร็จ ชื่อรายการต่างกันตามแพลตฟอร์ม

ศูนย์ช่วยเหลือผู้ขาย

ค่าโปรแกรมโปรโมชัน

ค่าร่วมแคมเปญหรือโปรแกรมนายหน้า ถ้าเข้าร่วม

หน้ารายละเอียดแคมเปญก่อนกดเข้าร่วม

ศูนย์ช่วยเหลือผู้ขายของ Shopee, Lazada และ TikTok Shop มีหน้าอธิบายค่าธรรมเนียมของตัวเอง ใช้คำค้น "นโยบายค่าธรรมเนียม" หรือดูใน Seller Center ของร้าน บันทึกวันที่ตรวจไว้ในตารางทุกครั้ง เมื่อแพลตฟอร์มประกาศปรับค่าธรรมเนียม ให้เปิดตารางนี้แล้วคำนวณราคาใหม่

บทความเช็กลิสต์เตรียมร้านก่อน 11.11 และ 12.12: นับถอยหลัง 30 วันสำหรับแม่ค้ารายเล็กเช็กลิสต์นับถอยหลังสำหรับเตรียมร้านก่อน 11.11 และ 12.12 ตั้งแต่ D-30 ถึง D+3 มีเทมเพลตข้อความตอบแชต แคปชั่นนับถอยหลัง และสูตรเช็กกำไรก่อนลดราคา

ถ้าขายผ่านคอนเทนต์บน TikTok หรือ Instagram ดูแนวทางของแต่ละแพลตฟอร์มได้ที่ TikTok และ Instagram และอ่านภาพรวมการเริ่มขายผ่านโซเชียลได้ที่ เริ่มขายของออนไลน์ผ่านโซเชียล

บทความเปิดร้านออนไลน์แล้วยอดเงียบ ทำอย่างไรให้ได้ออเดอร์แรกจากโซเชียลโพสต์ขายของแล้วเงียบกริบ เพราะคนยังไม่เห็นและยังไม่เชื่อร้านเรา นี่คือสิ่งที่ควรทำก่อนลงโฆษณา เพื่อให้ทุกโพสต์ขายของทำงานได้จริง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าธรรมเนียม Shopee กี่เปอร์เซ็นต์

ขึ้นกับหมวดสินค้า ประเภทร้าน และช่วงเวลา บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข เปิดหน้านโยบายค่าธรรมเนียมของ Shopee ในศูนย์ช่วยเหลือผู้ขายเพื่อดูอัตราล่าสุด แล้วนำไปกรอกในตารางด้านบน

ตั้งราคาสินค้าอย่างไรให้ไม่ขาดทุน

รวมต้นทุนครบ 6 ก้อน แล้วใช้สูตรราคาขาย = (ต้นทุน + ค่าคงที่) ÷ (1 − ค่าธรรมเนียม − กำไรที่ต้องการ) แล้วเช็กย้อนกลับด้วยการหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดอีกครั้ง

ควรบวกค่าส่งเข้าราคาสินค้าไหม

ถ้าร้านออกค่าส่งให้ลูกค้า ต้องนับเป็นต้นทุน ถ้าให้ลูกค้าจ่ายเอง ไม่ต้องนับ แต่ควรบอกให้ชัดก่อนลูกค้าสั่ง

กำไรกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเหมาะสม

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน ให้เริ่มจากค่าใช้จ่ายประจำของร้าน แล้วตั้งกำไรเผื่อค่าโฆษณา ของคืน และเงินที่ต้องเหลือไว้หมุนเวียน

ร้านที่ขายทั้งในแพลตฟอร์มและหน้าร้านของตัวเองควรตั้งราคาเท่ากันไหม

ไม่จำเป็น เพราะค่าธรรมเนียมต่างกัน ให้คำนวณราคาของแต่ละช่องทางแยกกัน แล้วตัดสินใจว่าจะตั้งราคาเท่ากันหรือไม่

สรุป

ราคาขายที่ดีคือราคาที่เหลือกำไรหลังหักทุกอย่างแล้ว ใช้ตารางกรอกคำนวณทุกสินค้า บันทึกวันที่ตรวจค่าธรรมเนียมล่าสุด และคำนวณส่วนลดสูงสุดก่อนกดเข้าแคมเปญ ทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

marketplace-pricing-and-fees-formula