เช็กลิสต์นับถอยหลังสำหรับเตรียมร้านก่อน 11.11 และ 12.12 ตั้งแต่ D-30 ถึง D+3 มีเทมเพลตข้อความตอบแชต แคปชั่นนับถอยหลัง และสูตรเช็กกำไรก่อนลดราคา
เตรียมร้านก่อน 11.11 และ 12.12 ให้ทัน ไม่ต้องใช้งบเท่าร้านใหญ่ ต้องมีลำดับงานที่ชัด บทความนี้คือเช็กลิสต์นับถอยหลังตั้งแต่ D-30 ถึง D+3 D คือวันแคมเปญ อ่านจบแล้วคุณเปิดปฏิทิน จดวันที่ของแต่ละขั้นลงในโทรศัพท์ แล้วรู้ว่าวันนี้ต้องทำอะไรต่อ มีเทมเพลตข้อความตอบแชต แคปชั่นนับถอยหลัง และสูตรเช็กกำไรก่อนลดราคาให้ก๊อปไปแก้ใช้ได้เลย
บทความนี้ตรวจวันที่ครั้งล่าสุดเมื่อ 30 กันยายน 2569 ส่วนเงื่อนไขแคมเปญ ค่าธรรมเนียม และวิธีลงทะเบียนเข้าแคมเปญของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนได้ทุกปี บทความนี้จึงไม่ระบุกฎของแพลตฟอร์มใดเลย ให้เปิดดูจากศูนย์ผู้ขายหรือหน้าประกาศของแพลตฟอร์มที่คุณขายเอง
ปฏิทินนับถอยหลังสำหรับ 11.11 และ 12.12
วันที่ของแคมเปญเป็นวันตายตัว 11.11 คือวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 (วันพุธ) และ 12.12 คือวันที่ 12 ธันวาคม 2569 (วันเสาร์) ตารางด้านล่างแปลงเป็นวันที่ของแต่ละขั้น
วันที่ของแต่ละขั้นสำหรับ 11.11
D-30: จันทร์ที่ 12 ต.ค. 2569
D-14: พุธที่ 28 ต.ค. 2569
D-7: พุธที่ 4 พ.ย. 2569
D-3: อาทิตย์ที่ 8 พ.ย. 2569
D-1: อังคารที่ 10 พ.ย. 2569
D-day: พุธที่ 11 พ.ย. 2569
D+3: เสาร์ที่ 14 พ.ย. 2569
วันที่ของแต่ละขั้นสำหรับ 12.12
D-30: พฤหัสบดีที่ 12 พ.ย. 2569 (วันถัดจาก 11.11 พอดี)
D-14: เสาร์ที่ 28 พ.ย. 2569
D-7: เสาร์ที่ 5 ธ.ค. 2569
D-3: พุธที่ 9 ธ.ค. 2569
D-1: ศุกร์ที่ 11 ธ.ค. 2569
D-day: เสาร์ที่ 12 ธ.ค. 2569
D+3: อังคารที่ 15 ธ.ค. 2569
ถ้าอยากทำทั้งสองแคมเปญ ให้ใช้ช่วง D+3 ถึง D+7 ของ 11.11 เป็นช่วงประเมินผลและเตรียมของสำหรับ 12.12 ไปพร้อมกัน
พฤติกรรมผู้ซื้อ ตั้งเป็นสมมติฐานแล้วเช็กกับร้านตัวเอง
ก่อนแคมเปญใหญ่ ผู้ซื้อหลายคนอาจเก็บของใส่ตะกร้าไว้ก่อน อาจทักถามเรื่องส่วนลดและระยะเวลาส่งมากขึ้น และอาจเปรียบเทียบหลายร้านก่อนกดซื้อ นี่เป็นสมมติฐานที่ควรตรวจกับข้อมูลของร้านเอง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ใช้ได้กับทุกร้าน วิธีตรวจง่ายๆ คือย้อนดูข้อความในแชตและยอดดูโพสต์ช่วงแคมเปญที่ผ่านมา หรือดูจากบทความ อ่านข้อมูลโซเชียลแล้วตัดสินใจลงทุนกับช่องทางไหน
D-30 ถึง D-15: ตรวจสต็อกและเช็กกำไรก่อนลดราคา
ช่วงนี้ยังไม่ต้องโพสต์อะไร งานหลักคือรู้ตัวเลขของตัวเองก่อน
1. สต็อกและสินค้าที่จะเข้าแคมเปญ
ลิสต์สินค้าทั้งหมด แล้วแยกเป็น 3 กลุ่ม สินค้าตัวชูโรงที่จะลดจริง สินค้าปกติที่ไม่ลด และสินค้าที่ไม่ควรลด เช่น ของที่กำไรบางอยู่แล้ว
นับสต็อกจริงในมือ ไม่ใช่ตัวเลขในหัว
ถามผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ว่าเติมของทันไหม และใช้เวลากี่วัน
เผื่อสต็อกไว้ส่วนหนึ่งสำหรับสินค้าที่คิดว่าจะขายดี เพราะของหมดกลางแคมเปญเสียโอกาสและทำให้ลูกค้าผิดหวัง
จดวันที่หมดอายุหรือวันที่ต้องส่งของไม่ให้เกินสำหรับสินค้าอาหารหรือสินค้าที่เก็บได้ไม่นาน
2. สูตรเช็กกำไรก่อนลดราคา
ก่อนตั้งส่วนลด ให้รู้ก่อนว่าขายแล้วเหลือเท่าไหร่ ใช้สูตรนี้กับสินค้าแต่ละกลุ่ม
กำไรต่อชิ้น = ราคาขายหลังลด − ต้นทุนสินค้า − ค่าแพ็ก − ค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มหรือช่องทางชำระเงิน − ค่าส่งที่ร้านออกให้ (ถ้ามี)
กรอกตัวเลขจริงลงตาราง 5 ช่อง
ราคาขายหลังลด = ______
ต้นทุนสินค้า = ______
ค่าแพ็ก = ______
ค่าธรรมเนียม = ______ (ดูจากหน้าค่าธรรมเนียมล่าสุดของแพลตฟอร์มที่ใช้ ตัวเลขเปลี่ยนได้)
ค่าส่งที่ร้านออก = ______
ถ้าผลลัพธ์ออกมาติดลบ ลดส่วนลดลง หรือเปลี่ยนเป็นแถมของแทนการลดราคา ถ้าผลลัพธ์บางมาก ให้ตัดสินใจก่อนว่ายอมได้ไหม เช่น ขายขาดทุนเล็กน้อยเพื่อดึงลูกค้าใหม่ แล้วชวนซื้อสินค้าปกติในออเดอร์เดียวกัน การตัดสินใจนี้ควรเกิดตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ตอนแคมเปญเริ่มแล้ว
3. ตัดสินใจเงื่อนไขส่วนลดล่วงหน้า
ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าว่าเงื่อนไขส่วนลดของร้านคืออะไร เช่น ลดเฉพาะวันแคมเปญ ซื้อครบตามที่กำหนดแถมของ หรือส่งฟรีเมื่อซื้อหลายชิ้น เขียนเงื่อนไขทั้งหมดเป็นประโยคสั้นๆ ไว้ในโน้ต เพื่อก๊อปไปใช้ในแคปชั่นและตอบแชตให้ตรงกันทุกที่
D-14: เตรียมชุดโพสต์ล่วงหน้า 10 ชิ้น
สองสัปดาห์ก่อนวันจริงคือเวลาถ่ายและเขียนโพสต์ทั้งหมดให้เสร็จ วันแคมเปญจะได้มีเวลาตอบลูกค้า ไม่ต้องนั่งคิดแคปชั่น
รายการโพสต์ 10 ชิ้น
โพสต์ประกาศว่าร้านเข้าร่วมแคมเปญ พร้อมวันที่
โพสต์ตัวชูโรงแต่ละตัว อย่างน้อย 3 โพสต์
โพสต์นับถอยหลัง D-7
โพสต์นับถอยหลัง D-3
โพสต์นับถอยหลัง D-1
โพสต์วันแคมเปญเช้า ประกาศเปิดขาย
โพสต์ของใกล้หมดหรือรอบสุดท้าย ใช้เมื่อเป็นเรื่องจริงเท่านั้น
โพสต์ขอบคุณหลังวันแคมเปญ (D+1)
สตอรีสำหรับตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย
คลิปสั้นโชว์การแพ็กของ หรือโชว์สินค้าตัวเด่น
ใช้เทมเพลตด้านล่างเป็นโครงสำหรับแคปชั่นนับถอยหลังได้เลย
เทมเพลตแคปชั่นนับถอยหลัง
สูตร: อีก {จำนวนวัน} วันถึง {ชื่อแคมเปญ} ร้านเราเตรียม {สินค้าตัวเด่น} ไว้ให้ {เงื่อนไขส่วนลดหรือของแถมที่แน่นอน} เริ่ม {วัน-เวลา} ดูรายละเอียดที่ {ที่ที่คนดูข้อมูลได้}
ตัวอย่าง (ร้านขนมโฮมเมด): อีก 7 วันถึง 11.11 ร้านเราเตรียมบราวนี่กล่องคู่ไว้ให้ ซื้อกล่องคู่แถมการ์ดเขียนข้อความ เริ่มพุธที่ 11 พ.ย. เวลา 10:00 น. ดูรสที่เปิดรับได้ในไฮไลต์ "11.11"
ตัวอย่าง (ร้านเสื้อผ้ามือสอง): อีก 3 วันถึง 11.11 ร้านเราคัดแจ็กเก็ตยีนส์ไว้ 8 ตัว ทุกตัวถ่ายรูปจริงและวัดไซซ์แล้ว เปิดรับพุธที่ 11 พ.ย. เวลา 10:00 น. ทักแชตล่วงหน้าเพื่อจองไซซ์ได้เลย
ตัวเลขและวันในตัวอย่างเป็นข้อมูลสมมติ ใส่ของจริงของร้านคุณแทน
ชุดภาพและวิดีโอ
ถ่ายในวันเดียวให้ครบทุกชิ้น ใช้พื้นหลังและแสงแบบเดียวกัน ภาพชุดเดียวกันดูเป็นร้านที่พร้อม ก่อนถ่ายให้ตรวจว่าสินค้าสะอาด ป้ายราคาหรือข้อความในภาพถูกต้อง เพราะแก้ทีหลังหลังโพสต์ไปแล้วยาก
ถ้าต้องการให้โพสต์ของร้านมีคนเห็นตั้งแต่วันแรกที่ประกาศ อ่านเรื่องที่แพลตฟอร์มอ่านสัญญาณจากโพสต์ได้ที่ ไลก์ คอมเมนต์ เซฟ อะไรสำคัญกับอัลกอริทึม
D-7: เตรียมระบบตอบแชต แพ็กของ และลิงก์
สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันจริงคือการทดสอบให้ทุกอย่างทำงานได้จริง
ข้อความตอบอัตโนมัติและข้อความสำเร็จรูป
เตรียมข้อความสำเร็จรูปสำหรับคำถามที่ลูกค้าจะถามซ้ำๆ ในวันแคมเปญ เก็บไว้ในโน้ตหรือฟีเจอร์ข้อความสำเร็จรูปของแอปที่ใช้ตอบลูกค้า ตัวอย่างสมมติของร้านขนมโฮมเมด
ทักทายและถามความต้องการ: สวัสดี ขอบคุณที่ทักมานะ ร้านเปิดรับออเดอร์แคมเปญ 11.11 ตั้งแต่ 10:00 น. ถ้าอยากจองรสไหนไว้ก่อน พิมพ์รสและจำนวนกล่องมาได้เลย
เงื่อนไขส่วนลด: เงื่อนไขของแคมเปญนี้คือ {เงื่อนไขที่ตัดสินใจไว้} ใช้ได้ถึง {วัน-เวลา} ถ้าสั่งหลังจากนั้นคิดตามราคาปกติ
ระยะเวลาจัดส่ง: ออเดอร์ที่ยืนยันภายใน {เวลาตัดรอบ} ส่งภายใน {จำนวนวันทำการ} ช่วงแคมเปญขนส่งอาจช้ากว่าปกติ เราจะส่งเลขพัสดุให้ทันทีที่แพ็กเสร็จ
ของหมด: รสนี้หมดรอบนี้แล้ว รอบถัดไปคือ {วัน} หรือเลือกรส {รสอื่น} แทนได้ ให้เราจดชื่อไว้ก่อนไหม
แจ้งเลขพัสดุ: ออเดอร์ของคุณส่งแล้ว เลขพัสดุคือ {เลขพัสดุ} ตรวจสถานะได้ที่ {ช่องทางตรวจสถานะ}
ข้อความที่ 3 เตือนเรื่องความล่าช้าของขนส่งล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดข้อความถามตามซ้ำและลดความไม่พอใจ ถ้าเจอปัญหาจริง บอกความจริงโดยเร็ว อย่ารอให้ลูกค้าทักมาถาม
แพ็กของ
ซื้อกล่อง ถุง เทป และวัสดุกันกระแทกให้เพียงพอตั้งแต่ตอนนี้ ช่วงใกล้แคมเปญของอาจขาดตลาดหรือมาช้า
ลองแพ็กสินค้าชนิดละ 1 ชิ้นเหมือนของจริง แล้วจับเวลา ต่อชิ้นใช้เวลาเท่าไหร่ จะได้รู้ว่าวันเดียวแพ็กไหวกี่ชิ้น
จัดโต๊ะแพ็กและเตรียมป้ายที่อยู่ให้พร้อมก่อนวันแคมเปญ
ถ้าใช้บริการขนส่งรับพัสดุถึงร้าน ถามเวลารับล่วงหน้า
ลิงก์ในโปรไฟล์และหน้าสินค้า
กดลิงก์ในโปรไฟล์ด้วยโทรศัพท์จริงอย่างน้อยสองเครื่อง ถ้าเปิดไม่ได้หรือช้า แก้ตอนนี้
เช็กว่าลิงก์พาไปหน้าสินค้าที่ถูกต้อง ไม่ใช่หน้าเก่า
เตรียมข้อความสำเร็จรูปสำหรับวางลิงก์ให้ลูกค้าในแชต
ถ้าใช้ไฮไลต์ ลองเรียงใหม่ให้ "11.11" หรือ "12.12" อยู่หน้าแรก
D-3 ถึง D-1: ซ้อมและตั้งเวลา
สามวันสุดท้ายไม่ใช่เวลาเพิ่มงานใหม่ เป็นเวลาซ้อมและตั้งเวลาโพสต์
ตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้าที่ต้องโพสต์ก่อนวันจริง ถ้าแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์ตั้งเวลา
ส่งข้อความสำเร็จรูปหาตัวเองหรือเพื่อนเพื่อทดสอบว่าอ่านแล้วเข้าใจ
ตรวจราคาและเงื่อนไขในทุกโพสต์ให้ตรงกัน ก่อนโพสต์วันสุดท้าย
ชาร์จโทรศัพท์ เตรียมสายชาร์จ และปิดการแจ้งเตือนของแอปอื่น เหลือเฉพาะแอปที่ใช้ตอบลูกค้า
นอนให้พอ วันแคมเปญต้องตอบแชตต่อเนื่อง
D-1 และ D-day: ตารางโพสต์และคนตอบแชต
ถ้าร้านมีคนเดียว
วางตารางให้ชัดว่าช่วงไหนโพสต์ ช่วงไหนตอบแชต ช่วงไหนแพ็กของ และช่วงไหนพัก ตัวอย่างสมมติ ปรับเวลาตามช่วงที่ลูกค้าของร้านคุณออนไลน์
ช่วงเช้า: โพสต์ประกาศเปิดขาย และตอบแชตที่รอไว้
ช่วงสาย: ตอบแชตเป็นหลัก และโพสต์ตัวชูโรงตัวที่ 1
ช่วงพักเที่ยง: ตอบแชตต่อ และโพสต์สตอรีเตือนว่าโปรยังเปิดอยู่
ช่วงบ่าย: แพ็กของออเดอร์ที่ยืนยันแล้ว และตอบแชต
ช่วงเย็น: โพสต์ตัวชูโรงตัวที่ 2 และประกาศว่าเหลือเวลาเท่าไหร่ (ถ้าเป็นความจริง)
ช่วงค่ำ: ตอบแชตที่ค้าง และสรุปยอดออเดอร์ของวัน
ถ้ามีผู้ช่วย
แบ่งหน้าที่ให้ชัดเป็น 3 บทบาท และเขียนชื่อคนรับผิดชอบไว้ข้างแต่ละบทบาท
คนตอบแชต: ตอบลูกค้า ใช้ข้อความสำเร็จรูป ส่งเรื่องยากให้เจ้าของร้าน
คนแพ็กของ: แพ็ก ติดที่อยู่ ส่งขนส่ง และแจ้งเลขพัสดุ
คนโพสต์และตรวจยอด: โพสต์ตามตาราง ตรวจสต็อกที่เหลือ อัปเดตข้อมูลเมื่อของหมด
สิ่งที่ต้องทำตลอดวัน
อัปเดตข้อความหรือไฮไลต์ทันทีเมื่อสินค้าตัวไหนหมด
เก็บภาพหน้าจอแชตที่มีปัญหา เผื่อต้องกลับมาตรวจภายหลัง
จดสิ่งที่ลูกค้าถามบ่อยไว้ เพื่อทำเป็นโพสต์ตอบคำถามในรอบ 12.12
D+1 ถึง D+7: ตามลูกค้า ขอรีวิว และสรุปผล
งานหลังแคมเปญสำคัญพอๆ กับก่อนแคมเปญ เพราะเป็นตอนที่เปลี่ยนลูกค้าครั้งเดียวให้เป็นลูกค้าประจำ
D+1 ถึง D+3
ตรวจว่าทุกออเดอร์ส่งครบและมีเลขพัสดุ
ตอบแชตที่ค้างทั้งหมด รวมข้อความขอบคุณ
โพสต์ขอบคุณและบอกรอบถัดไป
เทมเพลตข้อความขอบคุณหลังส่งของ
สวัสดี ขอบคุณที่สั่ง {สินค้า} กับร้านเรานะ ของถึงแล้วบอกด้วยว่าเป็นยังไง ถ้าติดปัญหาตรงไหน ทักกลับมาที่นี่ได้เลย เราช่วยเต็มที่
D+4 ถึง D+7
ขอรีวิวจากลูกค้าที่ได้ของแล้ว ขอแบบสุภาพ ไม่บีบ และไม่ให้ของแลกกับคะแนนเต็ม
รวบรวมคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย ทำเป็นโพสต์หรือไฮไลต์ถาวร
สรุปตัวเลข ยอดออเดอร์ สินค้าที่ขายดี สินค้าที่ไม่ขยับ จำนวนข้อความที่เข้ามา และปัญหาที่เกิด
จดสิ่งที่จะทำต่างออกไปใน 12.12
เทมเพลตข้อความขอรีวิว
ขอบคุณที่ให้ร้านดูแลออเดอร์นี้นะ ถ้าสะดวกช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า {สินค้า} เป็นยังไงบ้าง ความเห็นตรงๆ ช่วยให้ร้านปรับปรุงได้ ไม่ต้องให้คะแนนเต็มถ้าไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
ตารางสรุป: อะไรควรเสร็จเมื่อไหร่
ใช้เป็นแผ่นเช็กแบบย่อ เซฟไว้เปิดดูได้
D-30: สต็อกนับแล้ว สินค้าแยกกลุ่มแล้ว สูตรกำไรกรอกแล้ว เงื่อนไขส่วนลดตัดสินใจแล้ว
D-14: ชุดโพสต์ 10 ชิ้นเขียนและถ่ายเสร็จ
D-7: ข้อความสำเร็จรูปครบ วัสดุแพ็กครบ ลิงก์ทดสอบแล้ว
D-3: ตั้งเวลาโพสต์ ทดสอบข้อความ ตรวจราคาให้ตรงกัน
D-1: โพสต์เตือนวันสุดท้าย ตารางวันแคมเปญพร้อม ผู้ช่วยรู้หน้าที่
D-day: เปิดขาย ตอบแชต แพ็ก อัปเดตของหมด
D+3: ทุกออเดอร์ส่งแล้ว ตอบแชตค้างหมด โพสต์ขอบคุณแล้ว
สิ่งที่ผิดพลาดบ่อย 7 ข้อ
ตั้งส่วนลดก่อนคิดกำไร พอแคมเปญเริ่มแล้วจึงรู้ว่าขายเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ ทำสูตรกำไรก่อนทุกครั้ง
สต็อกไม่ตรง ในระบบหรือในโพสต์บอกว่ามี แต่ของจริงหมดแล้ว ลูกค้าจะผิดหวังและอาจไม่กลับมา
เงื่อนไขคนละแบบในแต่ละที่ แคปชั่นบอกอย่าง แชตตอบอีกอย่าง ใช้ข้อความสำเร็จรูปชุดเดียวกัน
ไม่ทดสอบลิงก์ ลิงก์ไม่ทำงานในวันแคมเปญคือเสียลูกค้าที่พร้อมซื้อโดยตรง
คนเดียวทำทุกอย่างโดยไม่มีตาราง ตอบแชตไม่ทัน แพ็กไม่ทัน แล้วส่งของช้าจนโดนร้องเรียน วางตารางและประเมินว่าวันเดียวรับได้กี่ออเดอร์จริง
ตอบแชตช้าเพราะไม่มีข้อความสำเร็จรูป พิมพ์ทีละข้อความไม่ทันในวันที่แชตเข้าหนัก
ไม่วัดผลหลังจบ พอจบแคมเปญก็ลืม ปีหน้าก็เริ่มใหม่จากศูนย์ จดผลไว้เสมอ ใช้ตัวเลขนั้นเตรียม 12.12 และแคมเปญปีถัดไป
ถ้าอยากให้โปรไฟล์พร้อมรับคนที่เข้ามา
ช่วงแคมเปญคนจะเข้าโปรไฟล์ร้านเพื่อดูว่าน่าเชื่อถือไหม ก่อนตัดสินใจสั่ง ถ้าเนื้อหาและสต็อกพร้อมแล้ว อยากให้ตัวเลขผู้ติดตามหรือยอดดูของโปรไฟล์สอดคล้องกับงานที่ทำ ลองดูบริการของ Instafollow สำหรับ TikTok และ Instagram ใช้แค่ชื่อผู้ใช้สาธารณะ ไม่ต้องให้รหัสผ่าน ผลลัพธ์ต่างกันไปตามบัญชี และบริการไม่ได้แทนสินค้าดี สต็อกที่พร้อม และการตอบแชตที่ทันเวลา อ่านวิธีวางแผนขายบนโซเชียลเพิ่มเติมที่ เริ่มขายของออนไลน์ให้ได้ยอดแรก
คำถามที่พบบ่อย
ควรเริ่มเตรียมร้านก่อนแคมเปญกี่วัน
เริ่มที่ D-30 ถ้าทำได้ จะมีเวลาเช็กสต็อก ถ่ายภาพ และทดสอบระบบพอ ถ้าเหลือน้อยกว่านั้น ให้เริ่มจากสูตรกำไรและข้อความสำเร็จรูป สองอย่างนี้ป้องกันความเสียหายได้มากที่สุด
ร้านเล็กที่มีสินค้าไม่กี่ชิ้นควรเข้าร่วมทั้ง 11.11 และ 12.12 ไหม
ตัดสินใจจากสต็อกและกำลังแพ็กของร้าน ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าต้องเข้า ถ้าสต็อกและกำลังคนไม่พอ เลือกแคมเปญเดียวที่เตรียมได้เต็มที่ดีกว่าเข้าทั้งสองแล้วส่งของช้า
ต้องลดราคามากแค่ไหน
ไม่มีตัวเลขที่ถูกสำหรับทุกร้าน ให้ใช้สูตรกำไรต่อชิ้นเป็นตัวกำหนด ลดเท่าที่ร้านยังเหลือกำไรตามที่ยอมรับได้ หรือใช้ของแถม ส่งฟรี หรือชุดรวมแทนการลดตรงๆ
ไม่มีผู้ช่วย รับออเดอร์ไม่ไหวทำยังไง
จำกัดจำนวนออเดอร์ต่อวัน หรือเปิดเป็นรอบและบอกไว้ชัดเจน ลูกค้ารับได้กับการรอถ้าบอกล่วงหน้า แต่รับไม่ได้กับการเงียบ
ต้องทำวิดีโอไหม หรือรูปอย่างเดียวพอ
ทำได้ทั้งสองแบบ ถ้ามีเวลา คลิปสั้นโชว์สินค้าหรือการแพ็กช่วยให้คนเห็นว่าร้านมีตัวตนจริง แต่ถ้าเวลาน้อย รูปชัดและข้อมูลครบดีกว่าคลิปที่รีบทำ
แพลตฟอร์มแต่ละที่มีกติกาแคมเปญต่างกันไหม
ต่างได้ และเปลี่ยนได้ทุกปี บทความนี้จึงไม่ระบุกติกาของแพลตฟอร์มใดเลย ให้อ่านประกาศล่าสุดจากศูนย์ผู้ขายของแพลตฟอร์มที่คุณใช้
แคมเปญจบแล้วต้องทำอะไรต่อ
ตอบแชตที่ค้าง ตรวจว่าส่งของครบ ขอรีวิวอย่างสุภาพ สรุปตัวเลข และจดสิ่งที่จะทำต่างไปในรอบหน้า ส่วนนี้คือส่วนที่ร้านส่วนใหญ่ข้าม แต่ให้ผลระยะยาวมากที่สุด
สรุป
เปิดปฏิทิน จดวัน D-30 ถึง D+3 ของแคมเปญที่ร้านจะเข้า แล้วทำตามลำดับ สต็อกและกำไรก่อน โพสต์ล่วงหน้า ระบบตอบแชตและแพ็กของ ซ้อมและตั้งเวลา วันจริงตอบแชตตามตาราง หลังจบตามลูกค้าและสรุปผล ร้านเล็กเตรียมพร้อมได้ดีโดยไม่ต้องใช้งบเท่าร้านใหญ่


