แผนโพสต์ 30 วันสำหรับเพจร้านใหม่ แบ่งเป็น 4 ประเภทคอนเทนต์ มีเช็กลิสต์รายสัปดาห์ เทมเพลตให้คัดลอก ตารางบันทึกผล และแผนขั้นต่ำ 3 โพสต์ต่อสัปดาห์
เพิ่งเปิดเพจร้านแล้วนั่งนึกทุกเช้าว่า วันนี้จะโพสต์อะไรดี ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ไอเดียไม่พอ แต่อยู่ที่ไม่มีแผนล่วงหน้า บทความนี้เป็นแผนคอนเทนต์ 30 วันแรกที่แบ่งเป็นรายวัน มีเช็กลิสต์ให้ติ๊ก เทมเพลตให้คัดลอก และตารางเปล่าไว้จดผล อ่านจบแล้วเปิดแผนวันที่ 1 โพสต์ได้เลย
สรุปก่อนอ่าน
- คอนเทนต์ร้านใหม่มี 4 ประเภท: ให้ความรู้ เบื้องหลัง หลักฐาน และขาย
- แผนแบ่งเป็น 4 สัปดาห์ แต่ละสัปดาห์มีเป้าหมายเดียว ทำตามทีละวันได้
- ไม่มีเวลา ใช้แผนขั้นต่ำ 3 โพสต์ต่อสัปดาห์ แล้วจดผลลงตาราง
หมายเหตุก่อนอ่านตัวอย่าง
ตัวอย่างในบทความใช้ร้านขนมโฮมเมดที่สมมติขึ้นเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ร้านจริง สัดส่วนคอนเทนต์เป็นค่าเริ่มต้นให้ทดลอง ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัย แผนนี้ใช้ได้กับ Instagram, TikTok และ Facebook เปลี่ยนแค่รูปแบบโพสต์ (ภาพ คลิปสั้น หรือข้อความ)
สัดส่วนคอนเทนต์ 4 ประเภท: ให้ความรู้ / เบื้องหลัง / หลักฐาน / ขาย
ร้านใหม่ที่โพสต์ขายอย่างเดียวมักเจอคนเลื่อนผ่าน เพราะคนยังไม่รู้จักร้าน ยังไม่เห็นว่าสินค้าใช้ได้จริง และยังไม่มีเหตุผลให้ติดตามต่อ แผนนี้จึงผสมคอนเทนต์ 4 ประเภท แต่ละประเภทมีหน้าที่ต่างกัน
4 ประเภทคอนเทนต์และสัดส่วนเริ่มต้น
เลื่อนตารางไปทางขวาเพื่อดูคอลัมน์ที่เหลือ
สัดส่วนนี้เป็นจุดตั้งต้น ถ้าหลังผ่านไป 30 วันโพสต์ให้ความรู้มีคนเซฟมากกว่า ให้เพิ่มประเภทนั้น ถ้าโพสต์หลักฐานทำให้คนทักแชตมากที่สุด ก็เพิ่มประเภทนั้น วิธีอ่านผลอยู่ในหัวข้อ "ตารางเปล่า" ด้านล่าง
สัปดาห์ 1: ให้คนรู้ว่าคุณคือใคร
เป้าหมายสัปดาห์แรกคือให้คนที่เข้ามาดูเพจรู้ใน 5 วินาทีว่าร้านขายอะไร ให้ใคร และต่างจากร้านอื่นตรงไหน ยังไม่ต้องรีบขาย
แผนวัน 1-7
ทำแล้ว 0/7
ก่อนโพสต์วันที่ 1 ให้เตรียมโปรไฟล์ให้เสร็จ ชื่อร้านที่ค้นเจอ รูปโปรไฟล์ชัด บรรทัดบอกว่าขายอะไร และช่องทางสั่งซื้อ หนึ่งช่องทางที่ตอบเร็ว ถ้ายังไม่มีลิงก์หรือไอดีที่ตอบแชต โพสต์แรกจะไม่มีที่ให้คนไปต่อ
โพสต์แนะนำร้าน (วันที่ 1)
ตัวอย่างตัวอย่างร้านสมมติ
สวัสดี นี่คือร้านขนมบ้านเตา เราทำคุกกี้เนยสดสำหรับคนที่อยากได้ของหวานทานกับกาแฟตอนบ่าย เริ่มทำเพราะหาคุกกี้กรอบนอกนุ่มในจากร้านใกล้บ้านไม่เจอ ติดตามไว้ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังทั้งสูตรและวิธีเก็บ
สัปดาห์ 2: พิสูจน์ว่าสินค้าใช้ได้
เมื่อคนรู้จักร้านแล้ว คำถามถัดมาในใจคือ "ของดีจริงไหม" สัปดาห์นี้ตอบด้วยหลักฐานที่ดูได้จริง ไม่ใช่ด้วยคำชมตัวเอง
แผนวัน 8-14
ทำแล้ว 0/7
ระวังเรื่องรีวิวและแชต
ห้ามแต่งรีวิวหรือสร้างบัญชีมาชมร้านตัวเอง และก่อนโพสต์ภาพแชตลูกค้า ให้ขออนุญาตและปิดชื่อกับรูปโปรไฟล์ของลูกค้า ถ้ายังไม่มีรีวิวจริง ให้ใช้ภาพสินค้าจริงและขั้นตอนทำแทน
สัปดาห์ 3: ตอบข้อสงสัยที่ลูกค้าถามบ่อย
เปิดแชตร้านย้อนหลังแล้วจดคำถามที่ลูกค้าถามซ้ำ 5 ข้อ ทุกข้อคือหัวข้อโพสต์ที่มีคนรออ่านอยู่แล้ว สัปดาห์นี้เปลี่ยนคำถามเหล่านั้นเป็นคอนเทนต์ ลูกค้าคนต่อไปจะได้ไม่ต้องถาม
แผนวัน 15-21
ทำแล้ว 0/7
ก่อน
ก่อน: ร้านเรามีบริการดี ส่งไว ราคาเป็นกันเอง
หลัง
หลัง: สั่งก่อนบ่าย 2 โมง ส่งวันเดียวกัน เปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 3 วัน ถ้าของเสียหาย (ตัวอย่าง ให้ใช้เงื่อนไขจริงของร้านคุณ)
เปลี่ยนจากบอกว่าร้านดี เป็นตอบสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้
สัปดาห์ 4: ชวนให้ตัดสินใจ
สามสัปดาห์แรกคนรู้จักร้าน เห็นหลักฐาน และได้คำตอบแล้ว สัปดาห์สุดท้ายคือช่วงชวนซื้อ แต่ยังผสมคอนเทนต์ประเภทอื่นอยู่ เพราะโพสต์ขายติดกันทุกวันทำให้คนเลื่อนผ่าน
แผนวัน 22-30
ทำแล้ว 0/9
เคล็ดลับหนึ่งโพสต์ หนึ่งปุ่ม
โพสต์ขายแต่ละชิ้นควรมีสิ่งที่อยากให้คนทำเพียงอย่างเดียว เช่น ทักแชตมาที่นี่ หรือกดสั่งผ่านลิงก์นี้ ถ้าต้องการเทมเพลตแคปชั่นขาย ดูสูตรได้ที่ สูตรแคปชั่นขายของ 12 แบบ
ตารางเปล่า 30 ช่อง + วิธีอ่านผลวันที่ 30
แผนจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อรู้ว่าอะไรได้ผล คัดลอกแถวด้านล่างไปวางใน Google Sheets หรือ Notes แล้วทำซ้ำจนครบ 30 แถว จดทันทีหลังโพสต์ครบ 24 ชั่วโมง ยอดเซฟและข้อความเข้าดูได้จาก Insights ของแพลตฟอร์ม ชื่อเมนูอาจต่างกันตามแอป
แถวบันทึกผลต่อโพสต์
ตัวอย่างตัวอย่างแถว
วัน: 9 / ประเภท: ให้ความรู้ / หัวข้อ: วิธีเก็บคุกกี้ให้กรอบ 3 วัน / เวลาโพสต์: 19:00 น. / ยอดเซฟ: 14 / ข้อความที่ทักเข้ามา: 2 (ตัวเลขสมมติ)
พอถึงวันที่ 30 ให้อ่านผลตามลำดับนี้
รวมยอดแยกตามประเภท
รวมยอดเซฟและข้อความเข้าของแต่ละประเภทแยกกัน แล้วดูว่าประเภทไหนสูงสุด
เทียบโพสต์ดีสุดกับแย่สุด
หาจุดร่วมของโพสต์ที่ได้ผลดี เช่น หัวข้อ เวลา หรือรูปแบบภาพ
ปรับสัดส่วนเดือนถัดไป
เพิ่มประเภทที่ได้ผลดี ลดประเภทที่เงียบ แล้วเก็บผลต่ออีก 30 วัน
เก็บหัวข้อที่ได้ผลไปทำซ้ำ
โพสต์ที่มีคนเซฟเยอะนำมาปรับรูปแบบใหม่ได้ เช่น เปลี่ยนจากภาพเป็นคลิปสั้น
วัดจากสิ่งที่คนทำต่อหลังดู ไม่ใช่แค่ยอดไลก์
ถ้าอยากรู้ว่าควรโพสต์เวลาไหน อ่านวิธีทดลอง 14 วันได้ที่ เวลาโพสต์ IG TikTok Facebook สำหรับคนไทย
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีเวลา: แผนขั้นต่ำ 3 โพสต์ต่อสัปดาห์
ถ้าทำร้านคนเดียว โพสต์ทุกวันอาจเป็นไปไม่ได้ ให้ลดเหลือ 3 โพสต์ต่อสัปดาห์ เลือกประเภทให้ครบ แล้วทำต่อเนื่อง ดีกว่าโพสต์ถี่ใน 5 วันแรกแล้วหายไป
บทความเวลาโพสต์ IG TikTok Facebook สำหรับคนไทย: ช่วงเริ่มต้น + ตารางทดลอง 14 วันไม่มีเวลาโพสต์ที่ดีที่สุดเวลาเดียวสำหรับทุกเพจ บทความนี้ให้ช่วงเวลาเริ่มต้นที่ควรทดลอง พร้อมตารางทดลอง 14 วันและวิธีอ่านผลจาก Insights ของเพจตัวเองแผนขั้นต่ำ 3 โพสต์ต่อสัปดาห์
เลื่อนตารางไปทางขวาเพื่อดูคอลัมน์ที่เหลือ
ทริกที่ช่วยให้ทำไหว คือถ่ายเก็บไว้ทีเดียว 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แล้วตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้าตามฟีเจอร์ของแอป ส่วนวันที่ไม่ได้โพสต์ ให้ใช้เวลาตอบแชตและคอมเมนต์แทน เพราะการตอบเร็วช่วยให้ร้านดูน่าเชื่อถือ
บทความเปิดร้านออนไลน์แล้วยอดเงียบ ทำอย่างไรให้ได้ออเดอร์แรกจากโซเชียลโพสต์ขายของแล้วเงียบกริบ เพราะคนยังไม่เห็นและยังไม่เชื่อร้านเรา นี่คือสิ่งที่ควรทำก่อนลงโฆษณา เพื่อให้ทุกโพสต์ขายของทำงานได้จริงคำถามที่พบบ่อย
เพจใหม่ควรโพสต์วันละกี่โพสต์
เริ่มที่วันละ 1 โพสต์ หรือ 3 โพสต์ต่อสัปดาห์ถ้าไม่มีเวลา สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคือความต่อเนื่องและการผสมคอนเทนต์ครบทุกประเภท
ต้องเปิดเพจทั้ง IG TikTok และ Facebook พร้อมกันไหม
ไม่ต้อง เลือกแพลตฟอร์มที่ลูกค้าของคุณใช้จริงก่อน 1 แห่ง ทำให้ต่อเนื่อง 30 วัน แล้วค่อยขยาย
ไม่มีเวลาถ่ายคลิปทำยังไง
ใช้ภาพนิ่งและข้อความก่อนได้ ถ่ายภาพสินค้าหรือขั้นตอนทำงานจริงด้วยโทรศัพท์ในแสงธรรมชาติก็เพียงพอสำหรับเดือนแรก
ถ้าผ่านไป 30 วันแล้วยังไม่มีคนซื้อควรทำอย่างไร
ดูตารางผลก่อน ถ้ามีข้อความทักเข้ามาแต่ไม่ปิดการขาย ให้ปรับข้อมูลสั่งซื้อ ถ้าไม่มีคนเห็นเลย ให้ลองเปลี่ยนหัวข้อและเวลาโพสต์ แล้วทดสอบอีกรอบ
ควรเอาลูกค้าเก่ามาทำรีวิวอย่างไร
ขออนุญาตก่อนทุกครั้ง และใช้ภาพกับข้อความที่ลูกค้าเต็มใจให้ใช้ ปิดชื่อและรูปโปรไฟล์ถ้าเป็นภาพแชต
สรุป
แผน 30 วันนี้ไม่ได้การันตียอดขาย แต่ทำให้คุณโพสต์ต่อเนื่องและรู้ว่าคอนเทนต์แบบไหนตอบโจทย์ลูกค้าของคุณ เริ่มจากวัน 1 วันนี้ แล้วจดผลทุกโพสต์
ถ้าเพจเพิ่งเปิดและอยากให้โพสต์แรกๆ ดูมีคนติดตามอยู่บ้าง ลองดูบริการของเราที่ Instagram TikTok หรือ Facebook ราคาคิดต่อ 1,000 ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน ชำระผ่านพร้อมเพย์ ผู้ติดตามที่เพิ่มช่วยให้เพจดูไม่ร้าง แต่ไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นลูกค้า ยอดขายยังมาจากคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอยู่ดี ถ้าอยากเริ่มจากเทียบวิธีโตแบบไม่ใช้บริการก่อน อ่าน วิธีเพิ่มผู้ติดตาม Instagram แบบธรรมชาติ


