ข้ามไปยังเนื้อหา

ไม่มีเวลาโพสต์ที่ดีที่สุดเวลาเดียวสำหรับทุกเพจ บทความนี้ให้ช่วงเวลาเริ่มต้นที่ควรทดลอง พร้อมตารางทดลอง 14 วันและวิธีอ่านผลจาก Insights ของเพจตัวเอง

เวลาโพสต์ ที่ดีที่สุดของแต่ละเพจไม่เหมือนกัน บทความนี้จึงไม่ให้ตารางเวลาที่อ้างว่าใช้ได้กับทุกเพจ แต่ให้ช่วงเวลาเริ่มต้นที่ควรลอง วิธีทดลอง 14 วันที่ทำตามได้เลย และวิธีอ่านผลจาก Insights ของเพจตัวเอง อ่านจบแล้วคุณเลือกช่วงเวลาที่จะทดสอบ จดผลลงตาราง และตัดสินใจได้ว่าเพจของคุณควรโพสต์เวลาไหน โดยใช้ข้อมูลของคนที่ติดตามคุณจริง

ทำไมไม่มีเวลาที่ดีที่สุดเวลาเดียวสำหรับทุกเพจ

บทความ วิดีโอ และโพสต์จำนวนมากบอกว่าเวลาไหนดีที่สุด แต่ตัวเลขเหล่านั้นมาจากเพจอื่น กลุ่มคนอื่น และช่วงเวลาอื่น เพจของคุณมีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เวลาที่คนกลุ่มนั้นว่างเลื่อนโทรศัพท์อาจไม่ตรงกับค่าเฉลี่ยรวมของทุกคน

สามเหตุผลที่คำตอบกลางใช้ไม่ได้

  1. ลูกค้าแต่ละกลุ่มว่างไม่พร้อมกัน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ คนขายของกะกลางคืน แต่ละกลุ่มมีจังหวะชีวิตต่างกัน

  2. แพลตฟอร์มเปลี่ยนวิธีจัดฟีดได้ สิ่งที่เคยได้ผลอาจไม่ได้ผลแล้วในปีนี้ และไม่มีใครบอกล่วงหน้า

  3. โพสต์ประเภทต่างกันตอบสนองไม่เหมือนกัน คลิปตลก โพสต์ขายของ และโพสต์ความรู้ อาจได้ผลดีในเวลาต่างกัน

คำตอบที่เชื่อถือได้ที่สุดจึงมาจากข้อมูลของเพจตัวเอง ที่เหลือใช้เป็นจุดเริ่มต้นให้ลองเท่านั้น

ข้อมูลภายนอกใช้ได้แค่ไหน

ข้อมูลจากรายงานหรือบทความภายนอกช่วยให้เลือกช่วงเวลาเริ่มทดลองได้ แต่ไม่ควรถือเป็นคำตอบ เวลาใช้ ให้เช็กว่าแหล่งที่มาบอกวันที่ของข้อมูล กลุ่มที่ศึกษา และประเทศ ถ้าไม่บอกสามอย่างนี้ ให้ถือเป็นแค่ความเห็น

ช่วงเริ่มต้นที่ควรลอง แยกตามช่วงของวัน

ช่วงเวลาด้านล่างเป็นสมมติฐานตามจังหวะชีวิตของคนไทยทั่วไป ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วสำหรับเพจของคุณ ต้องเอาไปทดสอบต่อในหัวข้อถัดไป

5 ช่วงที่ควรลอง

  1. เช้าก่อนไปทำงานหรือเรียน: ช่วงที่คนเปิดโทรศัพท์ตอนตื่นหรือระหว่างเดินทาง เหมาะทดสอบกับเนื้อหาสั้นอ่านง่าย

  2. พักเที่ยง: ช่วงที่คนออฟฟิศและนักศึกษาว่างพร้อมกัน ลองกับโพสต์ที่ต้องการให้คนทักแชตหรือเซฟไว้ดูตอนเย็น

  3. หลังเลิกงานหรือเลิกเรียน: ช่วงเดินทางกลับบ้านและถึงบ้านแล้ว เหมาะกับโพสต์ที่ให้ข้อมูลเพิ่ม

  4. ก่อนนอน: ช่วงที่คนเลื่อนฟีดยาวๆ ลองกับคลิปที่ดูเพลินหรือโพสต์เล่าเรื่อง

  5. บ่ายวันเสาร์และอาทิตย์: ช่วงที่คนมีเวลาว่างมากกว่าวันธรรมดา ลองกับโพสต์ที่ต้องใช้เวลาอ่านหรือดู

วิธีใช้ช่วงเหล่านี้กับแต่ละแพลตฟอร์ม

  • Instagram: ถ้าบัญชีเป็นบัญชีธุรกิจหรือครีเอเตอร์ Insights มักมีข้อมูลว่าผู้ติดตามออนไลน์ช่วงไหนของวัน ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ชื่อเมนูและรายละเอียดอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันแอป ลองค้นคำว่า Insights หรือ "ข้อมูลเชิงลึก" ในแอป

  • TikTok: ถ้าเปิดบัญชีครีเอเตอร์หรือธุรกิจ จะมีหน้าสถิติที่ดูผู้ชมได้ ใช้ดูช่วงเวลาที่ผู้ติดตามใช้งานเป็นจุดเริ่ม

  • Facebook: เพจมีหน้า Insights ที่ดูข้อมูลผู้ติดตามและการเข้าถึงของโพสต์ ใช้เทียบโพสต์ต่างเวลากันได้

ทั้งสามแห่งเป็นข้อมูลของบัญชีคุณเอง ซึ่งดีกว่าตารางกลางที่ใครสักคนสรุปไว้ แต่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะมันบอกว่าคนออนไลน์ตอนไหน ไม่ได้บอกว่าโพสต์ตอนไหนแล้วได้ผลดีที่สุด

ตารางตามกลุ่มลูกค้า

เลือกแถวที่ใกล้กลุ่มลูกค้าของคุณที่สุด แล้วเลือกช่วงจากแถวนั้นเป็นตัวตั้งต้น ทุกแถวเป็นสมมติฐาน

นักเรียนและนักศึกษา

  • ช่วงที่ควรลอง: หลังเลิกเรียน ก่อนนอน และบ่ายวันเสาร์อาทิตย์

  • เหตุผลที่ตั้งสมมติฐาน: ตอนเรียนมักใช้โทรศัพท์ไม่ได้ ช่วงว่างจึงกระจุกอยู่นอกเวลาเรียน

  • ข้อควรระวัง: ช่วงสอบและปิดเทอมพฤติกรรมเปลี่ยน ให้ทดสอบแยกช่วง

พนักงานออฟฟิศ

  • ช่วงที่ควรลอง: เช้าระหว่างเดินทาง พักเที่ยง และหลังเลิกงาน

  • เหตุผลที่ตั้งสมมติฐาน: มีช่วงพักสั้นๆ ที่หยิบโทรศัพท์ได้ชัดเจนในระหว่างวัน

  • ข้อควรระวัง: ช่วงท้ายเดือนและช่วงวันเงินเดือนออก คนอาจซื้อของมากขึ้น ให้จดวันที่ไว้เทียบ

แม่บ้านและคนที่ดูแลครอบครัว

  • ช่วงที่ควรลอง: สายหลังส่งลูก บ่าย และค่ำหลังเก็บของ

  • เหตุผลที่ตั้งสมมติฐาน: ช่วงว่างมักเป็นช่วงสั้นๆ ที่ไม่ตรงกับเวลาทำงานทั่วไป

  • ข้อควรระวัง: ลองทั้งวันธรรมดาและวันหยุด เพราะจังหวะต่างกันมาก

คนทำงานเป็นกะหรือขายของกลางคืน

  • ช่วงที่ควรลอง: ดึกและเช้ามืด ลองช่วงที่คนทั่วไปมองว่าแปลก

  • เหตุผลที่ตั้งสมมติฐาน: เวลาว่างของกลุ่มนี้เลื่อนไปจากคนทั่วไป

  • ข้อควรระวัง: กลุ่มนี้มีความหลากหลายมาก ควรถามลูกค้าจริงในแชตว่าปกติเลื่อนโทรศัพท์เวลาไหน

ถามลูกค้าตรงๆ ได้เลย

วิธีที่ถูกที่สุดคือถามในสตอรีหรือในแชต ตัวอย่างข้อความ

  • ปกติเปิดดูร้านเราช่วงไหนบ่อยที่สุด (เลือกได้) A เช้า B พักเที่ยง C เย็น D ก่อนนอน

ได้ข้อมูลตรงจากคนที่ซื้อจริง ใช้ประกอบการทดลอง ไม่ต้องรอ 14 วันก็มีตัวตั้งต้นที่ดีกว่าเดา

ทดลอง 14 วัน: ตารางกรอกเวลา x ผลลัพธ์

ทดลองเวลาโพสต์ให้ได้ข้อสรุปที่เชื่อถือได้ ต้องเปลี่ยนแค่เรื่องเดียวคือเวลา ตัวอื่นควรเหมือนกันให้มากที่สุด

ขั้นตอนเตรียมการ

  1. เลือกช่วงเวลา 3 ช่วง จากที่ควรลองด้านบน เช่น พักเที่ยง หลังเลิกงาน และก่อนนอน

  2. ตัดสินใจว่าจะโพสต์ประเภทเดียวกันตลอดการทดลอง เช่น รูปสินค้าพร้อมแคปชั่นแบบเดียวกัน เพราะประเภทโพสต์ที่ต่างกันจะทำให้เทียบไม่ได้

  3. วางแผนโพสต์ 12 ถึง 14 ครั้งใน 14 วัน หมุนเวียนสามช่วงเวลาให้ครบ อย่าโพสต์ช่วงหนึ่งทั้งหมดในวันธรรมดาและอีกช่วงทั้งหมดในวันหยุด

  4. ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะดูตัวเลขอะไรบ้าง 3 ถึง 4 อย่างพอ

  5. อย่าเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นในช่วงเดียวกัน เช่น อย่ากดโปรโมตโพสต์บางโพสต์ เพราะจะปนกับผลของเวลา

ตัวเลขที่ควรจด

เลือกตัวเลขที่สัมพันธ์กับเป้าหมายจริงของร้าน

  • การเข้าถึง (reach): จำนวนคนที่เห็นโพสต์ ใช้ดูว่าโพสต์ไปถึงคนมากแค่ไหน

  • เซฟและแชร์: สัญญาณว่าคนเห็นว่าโพสต์มีประโยชน์ มักบอกความสนใจได้ตรงกว่าไลก์

  • ข้อความเข้าและการกดลิงก์: ตัวเลขที่ใกล้ยอดขายที่สุด ถ้าร้านขายผ่านแชต ให้จดจำนวนคนที่ทักหลังแต่ละโพสต์

  • เวลาที่จดตัวเลข: จดทุกโพสต์ที่เวลาเดียวกันหลังโพสต์ เช่น 24 ชั่วโมงหลังโพสต์ เพราะตัวเลขของโพสต์ใหม่กับโพสต์เก่าเทียบกันไม่ได้

ตารางบันทึก คัดลอกไปกรอก

สร้างตารางในสมุดหรือสเปรดชีตที่มีคอลัมน์ต่อไปนี้ แล้วเพิ่มหนึ่งแถวต่อหนึ่งโพสต์

  • วันที่และวันในสัปดาห์ = ______

  • เวลาที่โพสต์ = ______

  • ประเภทโพสต์ = ______

  • การเข้าถึง หลังโพสต์ 24 ชั่วโมง = ______

  • เซฟ = ______

  • แชร์ = ______

  • ข้อความเข้า = ______

  • หมายเหตุ เช่น มีวันหยุด มีโปรโมชัน ฝนตก = ______

ตัวอย่างการกรอก (ตัวเลขสมมติเพื่อสอนวิธีอ่าน ไม่ใช่ข้อมูลจริงของร้านใด)

ร้านขนมโฮมเมดสมมติทดลอง 3 ช่วง ช่วงละ 4 ครั้ง โพสต์ประเภทเดียวกันคือรูปขนมพร้อมแคปชั่นสูตรถามตอบ

  • ช่วงพักเที่ยง: การเข้าถึง 180, 210, 170, 200 / เซฟ 6, 9, 5, 8 / ข้อความเข้า 2, 3, 1, 2

  • ช่วงหลังเลิกงาน: การเข้าถึง 240, 260, 200, 250 / เซฟ 12, 15, 9, 14 / ข้อความเข้า 4, 5, 2, 4

  • ช่วงก่อนนอน: การเข้าถึง 150, 190, 210, 160 / เซฟ 5, 8, 10, 6 / ข้อความเข้า 1, 3, 3, 1

ตัวเลขข้างบนเป็นตัวอย่างสมมติ ใช้ฝึกอ่านตาราง

อ่านผลยังไงถึงเรียกว่าต่างจริง ไม่ใช่บังเอิญ

ข้อมูลจากโพสต์ไม่กี่ครั้งมีความแกว่งอยู่แล้ว โพสต์เดียวอาจดังเพราะเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเวลา จึงต้องมีกฎอ่านผลก่อนสรุป

กฎอ่านผล 3 ข้อ

  1. ชนะสม่ำเสมอ ไม่ใช่ชนะครั้งเดียว ช่วงที่ดีควรมีค่ามากกว่าช่วงอื่นในโพสต์ส่วนใหญ่ เช่น 3 จาก 4 ครั้ง ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ยที่โพสต์ดังเพียงโพสต์เดียวดึงให้สูง

  2. ต่างพอที่จะเห็นด้วยตา ถ้าค่าสองช่วงต่างกันไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเสมอ ไม่ต้องเปลี่ยนตาราง

  3. ตัวเลขใกล้ยอดขายสำคัญกว่า ถ้าช่วงหนึ่งได้การเข้าถึงสูงแต่ข้อความเข้าน้อย และอีกช่วงเข้าถึงต่ำกว่าแต่มีคนทักมากกว่า ให้เลือกตามเป้าหมายของร้าน

กฎ 3 ข้อนี้เป็นวิธีอ่านแบบเข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของร้าน ไม่ใช่การทดสอบทางสถิติ ถ้าต้องการความแม่นยำสูง ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้

อ่านตัวอย่างข้างบน

ในตัวอย่างสมมติ ช่วงหลังเลิกงานสูงกว่าช่วงพักเที่ยงทั้ง 4 ครั้ง และสูงกว่าช่วงก่อนนอน 3 จาก 4 ครั้ง ทั้งการเข้าถึง เซฟ และข้อความเข้า ตามกฎข้อ 1 จึงตั้งเป็นช่วงหลักได้ ส่วนช่วงพักเที่ยงกับก่อนนอนต่างกันไม่มาก ถือว่าเสมอ ต่อไปให้ลองเลื่อนเวลาหลังเลิกงานเป็นช่วงต่างๆ เช่น เร็วขึ้นหรือช้าลงครึ่งชั่วโมง แล้ววนทดลองอีกรอบ

ระวังสิ่งที่ทำให้ผลเพี้ยน

  • วันหยุดหรือวันเงินเดือนออก: อาจทำให้คนออนไลน์มากขึ้นหรือน้อยลงโดยไม่เกี่ยวกับเวลา

  • โพสต์ที่มีคนแชร์ต่อ: โพสต์เดียวที่มีคนแชร์ต่อในกลุ่มอาจดันตัวเลขทั้งช่วงให้สูงขึ้น ควรจดหมายเหตุไว้และพิจารณาตัดออก

  • การกดโปรโมต: ถ้ากดโปรโมตโพสต์บางโพสต์ ตัวเลขจะไม่สะท้อนแค่เวลาที่โพสต์

  • บัญชีที่ผู้ติดตามน้อยมาก: ตัวเลขน้อยจนแกว่งมาก ยืดการทดลองเป็น 3 ถึง 4 สัปดาห์ หรือทดลองด้วยโพสต์มากกว่านี้

ตารางประจำสัปดาห์ตัวอย่าง 3 แบบ

เมื่อได้ช่วงเวลาที่ดีจากการทดลองแล้ว ใช้ตารางแบบนี้เป็นโครง ทุกตัวอย่างเป็นตัวอย่างสมมติ ให้เอาช่วงเวลาของเพจคุณใส่แทน

แบบที่ 1 โพสต์ 3 ครั้งต่อสัปดาห์

  • จันทร์: โพสต์ให้ความรู้หรือเล่าเบื้องหลัง ช่วงที่ {ช่วงเวลาชนะ}

  • พุธ: โพสต์สินค้าหลัก ช่วงที่ {ช่วงเวลาชนะ}

  • เสาร์: โพสต์ที่มีเวลาอ่านนานหน่อย ช่วงที่ {ช่วงเวลาวันหยุดที่ชนะ}

แบบที่ 2 โพสต์ 5 ครั้งต่อสัปดาห์

  • จันทร์: ความรู้หรือเบื้องหลัง

  • อังคาร: สินค้าหลัก

  • พฤหัสบดี: ตอบคำถามลูกค้า

  • ศุกร์: ประกาศหรือโปรโมชัน

  • อาทิตย์: โพสต์เล่าเรื่องหรือรีวิวผลงาน

ทุกโพสต์ใช้ช่วงเวลาที่ชนะจากการทดลอง แล้วสลับช่วงเวลาที่สองเป็นครั้งคราวเพื่อทดสอบต่อ

แบบที่ 3 โพสต์ 7 ครั้งต่อสัปดาห์

  • จันทร์ ถึง ศุกร์: โพสต์วันละครั้ง สลับประเภทตามแบบที่ 2

  • เสาร์: โพสต์ที่ให้คนเซฟ เช่น เช็กลิสต์หรือรวมสินค้า

  • อาทิตย์: สตอรีหรือคลิปสั้นแบบสบายๆ

โพสต์ทุกวันต้องมีเวลาเตรียม ถ้าเนื้อหาเริ่มซ้ำหรือคุณภาพตก ลดเหลือ 5 ครั้งดีกว่า

ข้อจำกัดของบทความนี้และของข้อมูลภายนอก

  • บทความนี้ไม่ได้อ้างสถิติที่ตรวจสอบได้ว่าช่วงไหนดีที่สุด ช่วงเวลาที่แนะนำเป็นสมมติฐานทั้งหมด

  • ผลของการทดลองใช้ได้กับเพจของคุณในช่วงเวลานั้น และอาจเปลี่ยนเมื่อกลุ่มผู้ติดตามหรือแพลตฟอร์มเปลี่ยน ควรทดลองซ้ำอย่างน้อยปีละหนึ่งหรือสองรอบ

  • เวลาโพสต์เป็นปัจจัยเดียวจากหลายปัจจัย เนื้อหาที่ตรงกลุ่มลูกค้า ภาพที่ดึงสายตา และแคปชั่นที่ชัด มักสำคัญกว่าเวลาเป็นส่วนใหญ่ อ่านเรื่องสัญญาณที่แพลตฟอร์มดูได้ที่ อัลกอริทึม Instagram กับการมีส่วนร่วม

  • ถ้าบัญชีมีผู้ติดตามน้อยมาก ข้อมูล Insights จะมีน้อยจนสรุปยาก

ถ้าบัญชียังมีข้อมูลน้อยเกินไปสำหรับการทดลอง

บัญชีใหม่มักมีคนเห็นน้อย ตัวเลขการเข้าถึงในแต่ละโพสต์จึงแกว่งมากจนอ่านผลยาก ทางเลือกคือยืดเวลาทดลองให้นานขึ้น หรือทำให้โปรไฟล์มีคนเห็นมากขึ้นก่อนแล้วค่อยทดลอง ถ้าเลือกอย่างหลัง ลองดูบริการของ Instafollow สำหรับ Instagram TikTok และ Facebook ใช้แค่ชื่อผู้ใช้สาธารณะ ไม่ต้องให้รหัสผ่าน ผลลัพธ์ต่างกันไปตามบัญชี และการเพิ่มตัวเลขไม่ได้ทำให้ผู้ติดตามกลุ่มนั้นสนใจสินค้าของคุณโดยอัตโนมัติ ต้องดูข้อมูลของเพจตัวเองต่ออยู่ดี อ่านวิธีดูข้อมูลได้ที่ อ่านข้อมูลโซเชียลแล้วตัดสินใจลงทุนกับช่องทางไหน

คำถามที่พบบ่อย

เวลาไหนโพสต์ TikTok ดีที่สุด

ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกบัญชี ลองเริ่มจาก 2 ถึง 3 ช่วง เช่น พักเที่ยง หลังเลิกงาน และก่อนนอน แล้วเปรียบเทียบด้วยตารางทดลอง 14 วันข้างบน

โพสต์ Facebook ควรโพสต์ตอนไหน

เริ่มจากช่วงที่หน้า Insights ของเพจบอกว่าผู้ติดตามออนไลน์ แล้วทดลองเทียบกับอีกสองช่วง ผลของเพจอื่นบอกได้แค่เป็นสมมติฐาน

โพสต์ IG ทุกวันดีกว่าโพสต์สัปดาห์ละ 3 ครั้งไหม

ไม่จำเป็น ความถี่ที่ดีคือความถี่ที่คุณทำต่อเนื่องได้โดยเนื้อหายังมีคุณภาพ โพสต์ถี่ขึ้นแต่เนื้อหาแย่ลง มักแย่กว่าโพสต์น้อยลงแต่ดี ลองเทียบโดยใช้ตัวเลขของเพจตัวเอง

ต้องทดลองนานแค่ไหนถึงจะเชื่อผลได้

14 วันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้จริง ถ้าตัวเลขแกว่งมาก หรือมีโพสต์ดังผิดปกติ ให้ทดลองต่อเป็น 3 ถึง 4 สัปดาห์

เวลาแนะนำในบทความอื่นตรงกับที่ลองแล้วไม่ได้ผลควรทำยังไง

เชื่อข้อมูลของเพจคุณ เวลาแนะนำจากแหล่งอื่นมาจากกลุ่มคนอื่น ถ้าผลของคุณต่าง แปลว่าลูกค้าคุณต่างจากกลุ่มนั้น

ควรโพสต์เวลาเดิมทุกวันไหม

การโพสต์เวลาใกล้เคียงเดิมช่วยให้คนคุ้นชิน แต่ไม่ใช่กฎที่ต้องทำตาม ถ้าผลการทดลองบอกว่าวันธรรมดากับวันหยุดต่างกัน ก็ใช้สองช่วงได้

ต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์เสริมไหม

ไม่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น หน้า Insights ของแอปและสเปรดชีตธรรมดาก็เพียงพอสำหรับตารางทดลองนี้

สรุป

ไม่มีเวลาโพสต์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกเพจ เริ่มจากสมมติฐานไม่กี่ช่วง ทดลอง 14 วันโดยเปลี่ยนแค่เวลา จดตัวเลข 3 ถึง 4 อย่าง อ่านผลด้วยกฎสามข้อ แล้วใช้ช่วงที่ชนะเป็นตารางประจำสัปดาห์ ทดลองซ้ำเป็นระยะเมื่อกลุ่มผู้ติดตามเปลี่ยน

บทความที่เกี่ยวข้อง

best-time-to-post-thailand